Secrette[5]

posted on 14 Dec 2011 15:25 by secrettg
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Title        :   Secrette 5/?
Couple   :  Temp&G
Author   :  secret*tg
Rate       :  R(?)
Note       :  แนะนำให้อ่านใหม่ตั้งแต่เริ่มแล้วจะเข้าใจง่ายกว่าค่ะ ขอโทษค่ะที่หายไปนาน ขอโทษจริงๆ
 
 
 
 

       เมื่อสามปีก่อน...จียงมีพี่สาวคนสนิทอยู่หนึ่งคน พี่สาวเป็นคนเรียบร้อย ยิ้มเก่ง และที่สำคัญคือมีหน้าตาที่สวยเอาเสียมากๆ มีผู้ชายหลายคนมาแอบชอบพี่สาวคนสวยของจียง วันๆนึงพี่สาวของเขาคนนี้มักจะโทรมาระบายให้ฟังถึงลูกค้าเจ้าชู้ที่แวะเวียนมาที่ร้านเบเกอรี่เล็กๆหลังนั้นที่พี่สาวเป็นเจ้าของอยู่ เค้าในตอนนั้นเป็นเด็กวัยรุ่นธรรมดาที่หางานพิเศษทำเพื่อตัวเองเลยกลายเป็นมีหน้าที่อีกอย่างคือคอยรับฟังปัญหาที่พี่สาวมักจะเล่าเสมอๆ

 

  ในบรรดาคนเหล่านั้น จียงจำได้ว่ามีพี่ผู้ชายคนนึง หน้าตาดุๆ ดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ดูยังไงก็คิดไม่ออกว่าจะเป็นคนที่พี่สาวตกหลุมรักด้วยแน่ๆ แต่มันก็เป็นไปแล้ว

 

   พี่สาวเขย่าแขนเขาเบาๆหลังจากที่ลูกค้าหน้าดุคนนั้นเดินออกนอกร้านไป แก้มใสๆนั่นเป็นริ้วแดงเรื่อ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหมอนั่นขโมยหัวใจพี่สาวที่แสนอ่อนโยนและน่ารักของจียงไปแล้ว แต่ที่น่าเสียใจคือพี่ชายคนนั้นไม่ได้คิดอะไรแม้แต่สักนิดกับพี่สาวเขา ก็แค่ลูกค้าร้านเบเกอรี่ธรรมดาๆ ไม่ได้คิดอะไรเกินเลย

 

จะมีก็แต่ดอกไม้และคำหวานๆส่งผ่านมาให้พี่สาวของเขาได้ยิ้มแย้มสดใสทุกวันเสมอๆก็เท่านั้น

 

จนวันนึงเขาแอบดูอยู่หลังบานไม้สีชาและเห็นเรื่องบางอย่างที่ไม่ควรเห็น.....มันดูไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรกะอีแค่ผู้หญิงคนนึงกำลังสารภาพรักผู้ชายคนนึงที่เธอแอบหลงรักมาตลอดก็แค่นั้น

 

มันจะไม่เลวร้าย....ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ปฏิเสธและขอให้พี่สาวของเขาเป็นน้องสาวที่น่ารักของพี่ชายหน้าตาดุดันคนนั้น

 

บนโลกนี้ยังมีคนที่ไม่เข้าใจความหมายของคำว่ารักอีกหรือ?

 

   ความรักที่ผู้หญิงคนนึงมีให้ผู้ชายคนนึง ถ้ามันคือความรักแบบพี่น้อง....ผู้หญิงที่ไหนก็คงไม่รวบรวมความกล้าเข้าไปบอกอีกคนหรอกนะ ไม่มีวัน

 

แต่พี่สาวเขายิ้มกลับไปให้....แล้วพูดสั้นๆแค่ว่า อือ...เป็นพี่น้องกันค่ะ

 

จนพี่ชายคนนั้นหันหลังออกไป พี่สาวคนสวยของเขาถึงได้ค่อยๆทรุดลงกับพื้นพร้อมร้องไห้จนตัวโยน เขาวิ่งออกมาจากหลังบานไม้นั่น สองมือโอบกอดร่างสั่นเทาเอาไว้ ในหัวมีคำพูดเป็นร้อยเป็นพันที่อยากพูดแต่ก็พูดไม่ออก ถ้าเป็นพี่น้องกันแล้วการกระทำพวกนั้นคืออะไรหล่ะ

 

ที่บอกพี่สาวเขาว่าคิดถึง....

ที่บอกพี่สาวเขาว่าอยากเจอ....

คำหวานๆ....การกระทำต่างๆที่ทำกับพี่สาวของเขา....

คนเป็นพี่เป็นน้องทำกันแบบนั้นหรือไง.......

 

“ฮึก....จียง..พี่..พี่เท็ดดี้...พี่เค้า....ไม่ได้รัก..รักพี่เลย...แล้วที่ผ่านมา....ที่ผ่านมาหล่ะจียง...ฮืออออ”

 

เขาพูดไม่ออก ไม่ใช่ว่าตกใจจนทำอะไรไม่ได้ แต่เพราะสมองกำลังหาเหตุผลดีๆมาปลอบใจพี่สาวของเขา ทำไมกัน...ก็ถ้าไม่ได้คิดอะไรกับพี่สาวของเขาก็อย่ามาทำเหมือนให้ความหวังกันแบบนี้สิ

 

เขาไม่ชอบ....และเกลียดพี่เท็ดดี้คนนั้น

เขาเกลียดตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา จนถึงวันนี้เขาถึงได้รู้เหตุผลของคำปฏิเสธนั่นว่าเพราะอะไร

 

พี่เท็ดดี้คลับคล้ายคลับคลากับหน้าตาของเขา และเริ่มสืบหาจนรู้ว่าเขาคือเด็กคนเดียวกันกับที่ทำงานในร้านของพี่สาว เขารู้อีกว่าพี่เท็ดดี้คอยตามดูเขาอยู่ห่างๆตั้งแต่เห็นหน้าเขาที่ผับเมื่อวันก่อน และก็.....

 

รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขากับพี่ซึงฮยอนบ้าง.....

 

เพราะความไว้ใจ เพราะความอัดอั้นตันใจ เพราะเป็นพี่ชายที่พี่สาวคนดีของเขาเคยชอบ หรือเพราะเหตุผลบ้าบออะไรก็ไม่รู้ ที่ทำให้เขาเปิดปากพูดเรื่องราวที่มันเกิดขึ้นกับเขาไป และยิ่งเมื่อพี่เท็ดดี้บอกว่าจะช่วยเขาก็ยิ่งไว้ใจคนๆนี้มากขึ้น

 

แต่ไม่ใช่เลย.....

ถึงเขาจะเล่าทุกอย่างไปหมดแล้ว แต่พี่ซึงฮยอนก็ยังคงตีหน้าดุอยู่ดี.....

 

 

 

“นี่คือเหตุผลที่มากพอแล้วเหรอสำหรับการโกหกฉัน จียง”

 

“..........ผม ขอโทษ”

 

ซึงฮยอนเกลียดการโกหก เพราะคำพูดบางคำที่คนที่เค้ารักปกปิดความจริงไว้ เพราะบางการกระทำที่หลบเลี่ยงไม่ให้เขารู้ความจริงทำเขาเจ็บมามากพอแล้ว เขาเกลียดความไม่จริงใจ ความเสแสร้งที่โลกนี้มีอยู่เต็มไปหมด นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงกลายเป็นแบบนี้

 

ใช่ว่ารักแล้วจะทำให้ความรู้สึกเฉกเช่นมนุษย์คนอื่นมีต้องลดลงไป เขายังโกรธและไม่พอใจ ต่อให้รักแค่ไหนก็ยากที่จะลบล้างกัน เขาฉุดแขนจียงให้ลุกออกจากเตียงก่อนจะพาอีกคนเดินไปที่รถคันหรู ประตูรถปิดลงพร้อมความเงียบ ความหนาวเย็น และหมอกควันแห่งความอึดอัดที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นมาเรื่อยๆ

 

อากาศข้างนอกหนาวขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศสองข้างทางค่อยๆเปลี่ยนจากป่าคอนกรีตให้กลายเป็นป่าที่ครั้งนึงเป็นสีเขียวแต่บัดนี้ขาวโพลนเพราะปกคลุมไปด้วยหิมะ

 

“ผม....ผมถามได้มั้ยว่าเราจะไปไหนกัน”

 

“เดี๋ยวนายก็รู้”

 

กว่าสามชั่วโมงที่รถคันหรูแล่นมาพร้อมความเงียบหลังจากประโยคสั้นๆที่คุยกันไป เครื่องยนต์ดับลงสนิทหน้าบ้านไม้หลังขนาดย่อมสีน้ำตาลมะฮอกกานีกลางเก่ากลางใหม่หลังหนึ่ง หิมะขาวปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ ซึงฮยอนก้าวลงจากรถก่อนที่อีกคนจะเดินตามมายืนเยื้องๆกัน แก้มใสๆเริ่มแดงเรื่อเพราะอากาศหนาวอีกแล้ว

 

จียงเริ่มมองสำรวจไปทั่ว บริเวณนี้ไม่มีบ้านหลังอื่นๆเลย เดาไม่ยากว่าคงเป็นพื้นที่ส่วนตัวของพี่ซึงฮยอนแน่ๆ เขาเริ่มจะทำใจได้แล้วตอนระหว่างทางมาว่าเขาต้องโดนอีกคนทำอะไรสักอย่าง แต่พอถึงจุดหมายเขาเองก็เริ่มกลัวขึ้นมาอีกครั้งนึงจนได้

 

“จะยืนตรงนั้นอีกนานแค่ไหน”

 

มือหนายื่นออกมาตรงหน้าเขา จียงมองมือที่ยื่นมาตรงหน้าเขาก่อนที่จะเงยมองหน้าของอีกคน รอยยิ้มเล็กๆระบายบนหน้าของเขา ก่อนที่จะยื่นมือเล็กๆออกไปหาอีกคน

 

มือนั้นที่ได้จับไม่ได้อุ่นมากพอที่จะทำให้เขารู้สึกได้ เพียงแต่รอยยิ้มจางๆบนหน้าพี่ซึงฮยอนที่ส่งมามันมากพอให้เขารู้สึกอุ่นใจขึ้นมา ถึงจะไม่รู้ว่าหลังรอยยิ้มจะมีอะไรปิดบังเขาไว้อีกหรือไม่ รอยยิ้มนั่นยังคงแต่งแต้มบนใบหน้า ทั้งที่พยายามบอกตัวเองเสมอว่าอย่าได้คิดเข้าข้างตัวเองเป็นอันขาด เพราะสุดท้ายเราจะเจ็บ

 

เจ็บแบบที่.........ให้ตายก็ไม่มีวันที่คนอื่นจะเข้าใจ

 

ประตูบ้านถูกเปิดออก ภายในตัวบ้านดูอบอุนด้วยโทนสีน้ำตาลและความอุ่นที่ได้รับจากเตาผิงเริ่มทำให้เขาคลายความหนาวได้บ้าง พี่ซึงฮยอนปล่อยมือเขาและปล่อยให้ยืนอยู่ตรงห้องรับแขกของบ้านก่อนจะเดินลับหายไปสักส่วนนึงของบ้านที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าที่ไหน และยิ่งหนักใจเมื่อไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องทำอะไรต่อไป

 

ร่างบางถอนหายใจเบาๆ ก้มหน้ายิ้มเยาะให้กับตัวเอง นีเรา...กำลังหวังอะไรอยู่หรือเปล่า? กำลังหวังว่าภายใต้รอยยิ้มนั่นคือความจริงใจ มันคือรอยยิ้มที่ไม่ได้เสแสร้งงั้นเหรอจียง  ให้ตายเหอะนี่เขามีความคิดแบบนี้ได้ยังไงกัน

 

มันจะมีสักวันหรือไง.....ที่ผู้ชายแบบพี่ซึงฮยอนจะมองเขาในด้านดีๆเหมือนที่เขาพยายามมองแต่ด้านดีของคนๆนั้นเสมอมา

.

.

.

.

.

 

ซึงฮยอนไม่ได้ไร้สาระและหึงจนหน้ามืดตามัวพอที่จะลากอีกคนมาแล้วก็กลั่นแกล้งข่มเหงน้ำใจอีกคนไปวันๆ เขาต้องรู้สาเหตุ รู้ที่มา.....และเขารู้ดีว่าพีเท็ดดี้จะไม่มีวันแย่งคนของเขาไปไหนได้ ไม่มีวัน.....

 

“พี่ครับ....ผมเอง ซึงฮยอน”

 

“…….”

 

“ผมรู้ว่าพี่รู้ว่าผมโทรมาทำไมฮะ....ผมกับพี่ไม่จำเป็นต้องมีอะไรปิดบัง ผมรู้ว่าให้ตายพี่ก็ไม่คิดจะแย่งจียงไปจากผม เพราะพี่จะไม่มีวันผิดคำสัญญาที่พี่มีกับพี่สาวคนนั้น ผมพูดถูกมั้ย”

 

“ซึงฮยอน...เด็กนั่น จียง เป็นน้องที่ผู้หญิงคนนั้นรักมากเหมือนน้องชายแท้ๆคนนึงแม้จะเป็นแค่ลูกจ้างก็ตาม พี่ทำให้พี่สาวเค้าเจ็บมามากพอแล้ว อย่าได้ให้เรื่องพวกนี้มันเกิดกับน้องชายอีกคนเลย”

 

เขาเงียบและไม่พูดอะไรออกไป ใช่ว่าเขาไม่รับรู้เรื่องพวกนี้ เขาพอมีเวลามากพออยู่ช่วงนึงที่จะสืบเรื่องราวของอีกคนทุกอย่าง รู้มากถึงกระทั่งมีบางส่วนที่ไปเกี่ยวข้องกับพี่ชายคนนี้ของเขา

 

รวมไปถึงว่าตัวเขาเองรู้ว่าเพราะอะไรพี่เท็ดดี้จึงให้ได้แค่ความเป็นพี่น้องกับผู้หญิงคนนั้น.....เหตุผลงี่เง่าของผู้ชายตัวโต ใจดีคนนั้น  พี่รู้ว่าตัวเองไม่ดี ปล่อยให้ผ้าขาวผืนนั้นสะอาดบริสุทธิ์เถอะ อย่าให้ต้องมาเปื้อนสีดำจากพี่เลย

 

ต่างจากเขา...ไม่ว่ายังไงผ้ามันก็ต้องเปื้อน จะช้าหรือเร็วก็ต้องเลอะสี

 

“ซึงฮยอน รับปากสิว่านายจะไม่ทำให้เด็กนั่นต้องเสียใจ ฉันขอนายแค่นี้....เด็กนั่นน่าสงสารนะ ถ้าจียงต้องเจ็บตัวเพราะเหตุผลห่าเหวอะไรของนายก็ตาม ฉันพร้อมที่จะทำให้แกต้องเจ็บมากกว่าเป็นร้อยเท่าเลย มันเป็นเรื่องเดียวที่ฉันจะตอบแทนผู้หญิงคนนั้นได้ นายต้องเข้าใจ”

 

“พี่....ผมเลือกเขาให้เข้ามาในชีวิตผมแล้ว ผมเป็นคนพาจียงให้เดินเขามาในชีวิตผม พี่คิดว่าผมจะทำลายของที่ผมเลือกเองยั้งงั้นเหรอ? พี่ไม่ต้องห่วง ผมสัญญาว่าจะไม่มีเรื่องร้ายๆอะไรเกิดขึ้นอีก ไม่มีวัน”

 

เขาไม่คิดว่าตัวเองจะได้ยินเรื่องแบบนี้ แค่อยากจะเดินดูรอบบ้านทำความคุ้นชินกับสถานที่ เพราะใจคิดไปว่าอาจถูกทิ้งไว้ที่นี่ก็ได้ แต่ไม่คิดว่าสองขาจะพามาให้ได้ยินเรื่องนี้

 

เรื่อง....ที่เคยวาดฝันไว้ แล้วจู่ๆก็กลายมาเป็นความจริง

 

ตาคมสบเข้าสายตาอีกคนผ่านกระจกใหญ่เบื้องหน้า จียงสะดุ้งนิดหน่อยก่อนจะก้มหัวให้เขาแล้วเลี่ยงเดินออกไป คงได้ยินหมดแล้ว ก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องตามไปแก้ตัวให้เสียเวลา รู้เองแบบนี้ก็ดีเสียอีก เรื่องราวมันจะได้ง่ายขึ้น

 

ถ้าถามว่าเขาเคยคิดบ้างมั้ยว่าสิ่งที่ทำลงไปทั้งหมดผิดหรือเปล่า คำตอบส่วนใหญ่ที่เขาให้กับตัวเองคือ ไม่.....เขาไม่ได้ทำอะไรผิดขนาดนั้น จริงอยู่ว่าเขาทำร้ายอีกคนมากมาย กักขังหน่วงเหนี่ยวรึก็ใช่ ถ้ากฎหมายรู้ สิ่งที่เขาจะได้รับน่าจะมากพอทำให้เขาร่วงหล่นกลับไปสู่ตีนเขา ที่ๆเขาเคยเดินขึ้นมา  แต่ถ้าถามว่าเขารู้สึกผิดมั้ย แน่นอนว่าใช่ เขารู้สึกผิด และยิ่งมากขึ้นทุกทีเมื่อเห็นน้ำตาจากอีกคน ยิ่งมากขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกคนกลัวเขาแค่ไหน เขารู้ว่าจียงเสียใจ

 

แล้วใครบอกว่าเขามีความสุขที่เรื่องมันออกมาเป็นแบบนี้

 

พี่เท็ดดี้วางสายไปแล้วพร้อมกับฝากฝังนู่นนี่มาสารพัด นี่คิดว่าเขาเป็นเด็กอมมือที่ไม่มีสมองหรือไง เขารู้ว่าควรทำอะไรต่อจากนี้ มันไม่ใช่ว่าต้องดูแลจียงดีๆ ระวังอีกคนจะไม่สบายเพราะอากาศหนาว หรือแม้กระทั่งอาหารการกินเหมือนที่พี่เท็ดดี้สั่งเขาไว้ สิ่งที่เขาควรทำมากที่สุดในตอนนี้คือ การดึงความเชื่อใจออกมาจากจียงให้ได้

 

นั่นคือสิ่งที่เขาต้องทำ


.

.

.

.

 

เขาไม่รู้ว่าเรื่องที่บังเอิญได้ยินมาก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีจะเป็นเรื่องจริง หรือแค่นิทานลวงโลกอีกเรื่องที่ต้องเจอ ให้เดาว่าปลายสายที่พี่ซึงฮยอนพูดคุยด้วยนั้น เขาคงเดาว่าเป็นพี่ชายตัวโตที่แสนดีของพี่สาว พี่เท็ดดี้......แต่นั่นมันอะไร คำพูดเหล่านั้นที่ออกมาจากปาก แค่คำโกหกที่พี่ซึงฮยอนเลือกที่จะพูดเพื่อให้พี่เท็ดดี้เชื่อใจหรือเปล่า...

 

ไม่หรอก.....โง่ไปแล้วจียงถ้าจะคิดว่านั่นคือคำพูดที่ออกมาจากใจ ทำไมถึงได้คิดว่านั่นจะเป็นเรื่องจริงกันนะเรา

 

ร่างเล็กยิ้มให้กับความคิดตัวเองน้อยๆ ก่อนจะหยุดยืนที่หน้ากระจกบานใหญ่ด้านหลังของตัวบ้าน ร่างเล็กค่อยๆทรุดตัวลงนั่งหน้ากระจก เหม่อมองออกไปยังหิมะขาวเบื้องหน้า มันขาว สะอาด จนแสบตาไปหมด เขาจะโทษว่าเพราะสีขาวที่แสบตาพวกนั้นทำให้น้ำตาของเขาไหลออกมา เขาจะไม่โทษว่าเพราะตัวเองเสียใจที่เรื่องทั้งหมดคงเป็นได้แค่ความฝันเหมือนอย่างเคย เขาจะไม่โทษที่อีกคนคงแค่พูดเพื่อความสบายใจของปลายสาย

 

จะไม่โทษใครทั้งนั้น จะโทษก็แค่ตัวเองที่เดินมาแบบนี้และโง่เง่าแบบนี้ โง่ที่คิดว่า ความรักสักวันหนึ่งก็จะชนะทุกสิ่ง โลกมันโหดร้ายกว่านี้เยอะ เขาผิดที่แค่คิดว่าความดีจะชนะทุกอย่าง และผิดที่คิดว่าสักวันหนึ่งเขาจะต้องได้รับสิ่งที่สวยงามเช่นความรักจากคนๆนั้นกลับคืนมา

 

น้ำตาหยดไหลเป็นทาง มือเล็กๆปาดน้ำใสออกจากหน้าก่อนจะฟุบลงกับเข่า จียงไม่ได้ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน หรือร้องไห้ฟูมฟายเสียใจ เขาแค่ร้องไห้เพราะสมเพชตัวเองที่ให้เหตุผลแค่คำเดียวสำหรับการทนโง่อยู่แบบนี้ภายใต้อำนาจของพี่ซึงฮยอน

 

รัก......

เหตุผลที่แสนงี่เง่า แต่มากมายมหาศาลในความรู้สึกของเขา รักตั้งแต่ที่เคยเห็นคนๆนี้เมื่อหลายเดือนก่อน

 

ถ้าจะให้เท้าความไป พี่ซึงฮยอนอาจคิดแค่ว่าครั้งแรกที่เจอกันนั้นต้องเป็นที่ร้านหนังสือของแดซองแน่นอน แต่สำหรับเขามันไม่ใช่ เขาเจอคนๆนี้มานานแล้ว นานก่อนที่โชคชะตาจะเล่นตลกกับเขาแบบนี้ แถมเป็นตลกร้ายเสียด้วย มันเป็นวันธรรมดาๆสำหรับคนทั่วไป วันที่ผู้คนเร่งรีบกับการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่วุ่นวายเมืองนี้ เขาเดินมองหาที่เงียบๆเพื่อจะนั่งพักผ่อนจากการเดินหางานทั้งวัน แล้วคนๆนั้นก็อยู่ตรงหน้า

 

ความคิดแรกที่เกิดขึ้นคือ....อบอุ่น เขาเห็นพี่ซึงฮยอนนั่งอยู่ริมแม่น้ำกับลูกหมาอีกหนึ่งตัว ดูท่าทางจะมีความสุขมากๆเสียด้วย เขาไม่ได้ตกหลุมรักหรืออะไรก็แล้วแต่ตั้งแต่วันแรกที่เห็น เขารู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีนักที่จะไปชอบหรืออะไรก็แล้วแต่กับคนหนึ่งคนที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่หลังจากนั้นทุกวันเขาก็มักจะแอบไปดูพี่ซึงฮยอนพาเจ้าตัวเล็กนั่นไปเล่นที่ริมแม่น้ำเสมอๆ

 

ไม่รู้ว่าจะมีใครบ้าบอเหมือนเขาหรือเปล่า ทั้งที่ไม่เคยคุยกัน ทั้งที่ไม่รู้จักกัน แต่กลับรู้สึกผูกพันกับคนๆนั้นไปซะได้ คิดแล้วก็ขำ....คนที่แสนอบอุ่นคนนั้นกลับกลายเป็นคนๆเดียวกับคนนี้ที่คอยแต่จะทำให้เขาต้องเจ็บตัวและเสียใจเรื่อยมา บ้าบอที่สุด

 

ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเพื่อเดินกลับเข้าไปในตัวบ้านอีกครั้ง จู่ๆเขาก็รู้สึกถึงน้ำหนักที่เอนทับลงมากลางหลัง คนร่างสูงเอนหลังพิงคนตัวเล็กนิ่งอยู่อย่างนั้น เงียบ หนาว อึดอัด.....แต่เขาเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรออกไปเพื่อทำลายความอึดอัดพวกนั้น เรื่องเก่ายังไม่ถูกสะสาง ถ้าหากพูดอะไรผิดหูออกไป เรื่องใหม่คงเกิดขึ้นทันที สมองของเขากำลังหาทางเพื่อที่จะแก้ตัวหากอีกคนเริ่มซักไซ้เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น คิดหาคำพูด เหตุผลที่มากพอให้อีกคนเข้าใจ จนเริ่มหน้าเสียอีกครั้งเมื่อคิดว่าตัวเองไม่น่าจะหาคำพูดเหล่านั้นมาแก้ตัวได้ แต่ว่า........

 

“ขอโทษ......”

 

เขาสาบานได้.....เสียงเข้มที่เพิ่งเอ่ยคำว่าขอโทษนี่ไม่ใช่เสียงของเขาแน่นอน

ไม่ใช่.......

 

 

 

 

 

:::TALK:::

 

ครบแล้วนะค่ะ 100% เต็มสำหรับพาสนี้ อาจจะไม่ยาวมากก็ต้องขออภัยอีกที เรื่องนี้จริงๆกำลังจะใกล้ถึงตอนจบแล้วค่ะ  ช่วงท้ายเรื่องที่ลงไปอาจงงๆกันไปหน่อยนะค่ะ

กลับไปอ่านย้อนคำถามมา เคยคิดว่าจะเฉลยทุกอย่างที่เคยวางตัวละครไว้ว่าแต่ละคนเป็นมายังไง แต่ตอนนี้คิดว่าไม่ดีกว่า ให้ไปตีความตามแบบที่ต้องการเองดีกว่าค่ะ

เหตุผลคือเคยไปอ่านเจอนิยายอยู่เรื่องนึงค่ะ เค้ามีให้เลือกอ่านตอนจบสองแบบ มันจะบอกตัวตนผู้อ่านเองได้ว่าเป็นยังไง เราเลยไม่อยากเฉลยหมดนะค่ะ

 

เจอกันตอนต่อไปค่ะ